น้องกุ้งอายุ 22 ปี เริ่มมีประจำเดือน ตอนอายุ 12 ปี พออายุประมาน 14-15 ปีสังเกตว่าเวลานอนหงาย มีก้อนนูนๆขนาดผลส้มขึ้นที่ช่องท้องด้านขวา ก้อนนูนนี้เลื่อนไปมาได้ เอามือจับก้อนเลื่อนไปทางทางซ้ายได้โดยไม่มีอาการเจ็บ หลายเดือนที่ผ่านมา ก้อนขนาดคงเดิมไม่โตขึ้น นอกจากมีก้อน น้องกุ้งบอกว่า...หนูไม่เคยมีอาการผิดปกติเลยนะคะคุณหมอ ประจำเดือนมาปกติ ตรงวันหน้าหลังจากเดือนที่แล้วไม่เกิน 2-3 วันทุกเดือนค่ะ ปริมาณของประจำเดือนก็ปกติค่ะ แต่บางเดือนก็ปวดท้องตอนวันแรกที่มีประจำเดือนบ้าง แต่ไม่รุนแรงทานยา 1 เม็ด ก็หายค่ะ และไม่ปวดทุกเดือน ส่วนระบบขับถ่าย ก็ปกติค่ะ
น้องกุ้งสงสัยว่า...หนูน่าจะเป็นอะไรค่ะ ใช่ซีสต์หรือ ถุงน้ำ หรือไม่ ประมาณเดือนมีนาคมนี้จึงจะไปตรวจที่โรงพยาบาล ตอนนี้ติดเรียนไม่สะดวก ขอรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ปัญหาของน้องกุ้งคือมีก้อนที่ท้องน้อย ลอยได้โดยไม่เจ็บ หากไม่ใช่การตั้งครรภ์ ที่พบได้เป็นภาวะหรือโรคต่อไปนี้ค่ะ
1. ไม่ได้เป็นโรคอะไร แต่เป็นก้อนอุจจาระที่รวมตัวกันจากอาการท้องผูก ก้อนเหล่านี้จะพบตอนเช้าตอนที่ยังไม่ขับถ่ายหลังถ่ายอุจจาระจะยุบหายไป (มักจะเป็นในคนสูงอายุ)
2. เป็นเนื้องอกของลำไส้ หรือเนื้องอกของเนื้อเยื่อของลำไส้ (Omentum)
3. ซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่ (Ovarian cyst) ภาวะนี้พบได้มากโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ (14-45ปี )
4. เป็นเนื้องอกรังไข่ (Ovarian tumour) ซึ่งแบ่งเป็น เนื้องอกธรรมดา และมะเร็งของรังไข่เป็นได้ทั้งในคุณผู้หญิงที่มีอายุน้อยและอายุมาก จะทราบว่าเป็นอะไร ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ
หากให้ฟันธง โรคที่คิดถึงมากที่สุดซึ่งมักจะเกิดในผู้หญิงอายุน้อยเหมือนน้องกุ้งคือซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่ค่ะ ก้อนพวกนี้ไม่เจ็บ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น บิดขั้ว แตก อักเสบเป็นหนอง วันนี้มาคุยกันเรื่องซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่กันนะคะ
ปกติรังไข่ของคุณผู้หญิงมีสองข้าง วางอยู่ในแอ่งข้างๆมดลูก มีเอ็นยึดติดกับด้านข้างของมดลูก ตั้งอยู่บริเวณปลายท่อรังไข่ บนตัวรังไข่ มีปลายท่อรังไข่ ส่วน Fimbriae วางอยู่รังไข่แต่ละข้างมีขนาดประมาณ 2x2x3 เซนติเมตร แต่ละเดือนรังไข่ข้างใดข้างหนึ่งจะมีไข่ตก ไข่อยู่ในถุงน้ำฟองไข่ ซึ่งกว่าไข่จะตก ถุงน้ำฟองไข่สามารถขยายขนาดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-4 เซนติเมตร เมื่อไข่ตก ถุงน้ำฟองไข่ จะฝ่อหายไป หากถุงน้ำฟองไข่มีขนาดใหญ่มากๆ หรือ ไม่ยอมฝ่อหาย หรือไข่มีความผิดปกติมีถุงน้ำแปลกปลอมเกิดขึ้น ภาวะนั้นเรียกว่าเกิดซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่ค่ะ
แบ่งเป็น2ชนิดได้แก่
1. ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดตามธรรมชาติ สามารถยุบหายไปเองได้ตามธรรมชาติหรือเมื่อได้รับฮอร์โมน มี 2 ชนิดคือ
- ถุงน้ำฟองไข่ (Follicular Cyst) ในบางคนถุงน้ำฟองไข่ไวต่อการกระตุ้นของฮอร์โมนมาก อาจโตได้มากมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 7 เซนติเมตร
- ถุงน้ำที่เกิดจากถุงน้ำฟองไข่ที่ไข่หลุดไปแล้วแต่ถุงน้ำไม่ยุบ (Corpus Luteum Cyst) อาจโตได้มากมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 7 เซนติเมตร
2. ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดจากความผิดปกติ หรือเป็นโรค มี 3 ชนิดคือ
- ถุงน้ำเดอมอยด์ (Dermoid Cyst) เป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดของรังไข่ ภายในถุงน้ำนี้มีอวัยวะเหมือนผิวหนัง คือมีเส้นผม ขน ฟัน ไขมัน
- ถุงน้ำช็อคโกแลตที่รู้จักกันว่าช็อคโกแลตซีสต์เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งควรจะอยู่ในโพรงมดลูก กลับไปอยู่ผิดที่ที่รังไข่ เมื่อมีประจำเดือน เลือดที่เกิดขึ้นรวมตัวกันกลายเป็นน้ำสีน้ำตาลเข้มเหมือนช็อกโกแลต
- ถุงน้ำหลายๆถุงของรังไข่ (Polycystic Ovarian Diseases) โรคนี้เกิดจากฮอรโมนไม่สมดุล มีฮอร์โมนเพศชายมาก รังไข่ไม่ทำงาน ไม่มีไข่ตก รังไข่จะกลายเป็นถุงน้ำขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างหลายๆถุง จะมีลักษณะพิเศษของโรคคือ เกิดในคนอ้วน ประจำเดือนไม่ปกติ (ไม่ค่อยมา) หน้ามัน เป็นสิว มีขนดก
หากวินิจฉัยว่าเป็นถุงน้ำของรังไข่นั่นคือไม่ใช่มะเร็ง ส่วนใหญ่ไม่มีอันตราย แต่จะเกิดอันตรายถ้ามีภาวะแทรกซ้อน(บิดขั้ว แตก อักเสบเป็นหนอง ฯลฯ) เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งสัญญาณคือ มีอาการปวด แน่นท้อง หรือมีไข้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ การรักษาซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่
มีสามวิธีคือ
1. เฝ้าติดตามดูขนาดของถุงน้ำรังไข่ จะใช้ในกรณีของถุงน้ำรังไข่ที่เกิดตามธรรมชาติ
2. ใช้ฮอร์โมนรักษา ใช้ในกรณีที่ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
3. ผ่าตัด มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดดังนี้
- ถุงน้ำเดอมอยด์ ถุงน้ำแบบนี้ไม่สามารถยุบเองได้ ควรผ่าตัด
- ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดตามธรรมชาติแต่มีขนาดโตเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน7เซนติเมตร ซึ่งอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
- รักษาด้วยฮอร์โมนแล้วไม่ดีขึ้น